คุณๆยังจำหรือ เคยผ่านตาแบทแมนหน้าตาแบบนี้บ้างมั้ย



นี่คือแบทแมนฉบับซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ที่ออกฉายในปี 1966
นำแสดงโดย Adam West (แบทแมน, บรูซ เวย์น) และ Burt Ward (โรบิน, ดิ๊ค เกรย์สัน)
สำหรับแฟนๆรุ่นใหม่ๆที่คุ้นเคยกับแบทแมนที่มืดมนและจริงจังกว่านี้อาจจะรู้สึกรับ
ไม่ได้กันบ้าง แต่ในช่วงที่แบทแมนซีรี่ส์นี้ออกฉายที่อเมริกามันก็ทำเรทติ้งได้ดีไม่เบา
ถึงขนาดมีการสร้างอย่างต่อเนื่องถึง 2 ซีซั่นกว่าๆรวมทั้งหมด 120 ตอนทีเดียว


อักษรเสียงเอฟเฟคท์ประหลาดๆ หนึ่งในเอกลักษณ์ของซีรี่ส์นี้

เนื้อหาของฉบับนี้ยังคงเน้นไปที่การสืบสวนและโชว์ของเล่นไฮเทคทั้งหลายของ
แบทแมนตามแบบฉบับ เพียงแต่โทนของเรื่องออกจะดูเฮฮาเหมาะกับทั้งครอบครัว
มากกว่า ซึ่งก็สอดคล้องกับตัวหนังสือการ์ตูนของแบทแมนเองในช่วงนั้น สาเหตุส่วน
นึงมาจากการเริ่มต้นของนโยบายจัดเรทติ้งหนังสือการ์ตูนจากสภาคองเกรสของอเมริกา
ในช่วงยุค 50 นั่นเอง ทำให้แม้แต่แบทแมนเองก็ยังต้องปรับภาพลักษณ์ให้สดใสขึ้น
(ถึงขนาดเคยไป cross-over กับสกูปปี้ดูน่ะ คิดดูละกัน)


ฉากไต่กำแพงที่คนมีอายุหน่อยคงคุ้นๆตากัน

หลังจากนั้นแม้จะมีความพยายามยกเครื่องใหม่กันหลายครั้ง แต่กว่าแบทแมนจะ
กลับมามืดมนอีกครั้งจริงๆก็ต้องช่วงครึ่งหลังของยุค 80 โน่นแน่ะ เมื่อหนังสือการ์ตูน
Batman : the Dark Knight Return ของ Frank Miller ที่นำเสนอเรื่องราวของแบทแมน
ในวัยชราได้อย่างมืดมนสะใจ ทำยอดขายได้ดีเกินคาด แบทแมนจริงได้ฤกษ์ยกเครื่อง
จริงๆจังๆกลายเป็นแบทแมนอย่างในปัจจุบัน

กลับมาเข้าเรื่องหนัง Return to the Batcave กัน

เรื่องของหนังเริ่มขึ้นเมื่อทั้ง Adam West และ Burt Ward ต่างได้รับบัตรเชิญลึกลับ
ไปในงานแสดงรถโบราณงานหนึ่ง และหนึ่งในรถที่นำมาจัดแสดงก็คือ Batmobile
จากทีวีซีรี่ส์ยุค 60 นั่นเอง แต่ไม่ทันไรรถเจ้ากรรมก็ถูกคนลึกลับขโมยหายไป ลุงๆ
ทั้ง 2 จึงสวมวิญญานฮีโร่ออกเดินทางไปสืบหาโดยมีศักดิ์ศรีฮีโร่วัยดึกเป็นเดิมพัน


ลุงๆออกปฏิบัติการ


Batmoblie คันนี้แหละ

ไหนๆก็ไหนๆเฉลยตอนจบเลยแล้วกัน ที่จริงตัวร้ายก็ไม่ใช่ใครอื่น พวกเขาคือ
ลุง Frank Gorshin และป้า Julie Newmar ผู้เคยรับบท the Riddler และ Catwoman
จากซีรี่ส์ชุดเดียวกันนั่นเอง โดยแรงจูงใจก็คือเพื่อทวงความแค้นที่พระเอกทั้ง 2
แย่งความเด่นจากซีรี่ส์ไปหมด แต่หนังก็แอบแขวะตัวเองอีกว่าจริงๆทั้ง 2 คนนี้น่ะ
อาชีพนักแสดงรุ่งโรจน์ยิ่งกว่าพวกพระเอกซะอีก ( Frank Gorshin ได้รางวัล Emmy
จากเรื่องนี้ ส่วน Julie Newmar เธอก็ดังของเธออยู่แล้ว ในขณะที่พระเอกของเรา
สลัดภาพลักษณ์แบทแมนไม่หลุด ไปๆมาๆเลยได้เกิดอยู่เรื่องเดียว)


ตัวร้าย...(สังเกตป้า Julie Newmar อายุปูนนี้หุ่นเธอยังนิ้งอยู่เลย)

ในระหว่างการตามหารถ ฝั่งตัวร้ายจะค่อยๆทิ้งเงื่อนงำไว้เพื่อให้พระเอกของเรา
ได้ระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตตั้งแต่การเริ่มต้นสร้างซีรี่ส์ในปี 1966 จนกระทั่งโดน
ยกเลิกไปในปี 68 ซึ่งหนังก็จะตัดสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์ในปัจจุบันกับ
ฉากย้อนอดีตที่ดูจะมีการใส่สีตีไข่ และล้อเลียนตัวเองอย่างถึงพริกถึงขิง

หนังเรื่องนี้เป็นหนังผลิตเพื่อฉายทางโทรทัศน์โดยตรงในโอกาสครบรอบ 35 ปี
หลังจากซีรี่ส์จบไป โปรดัคชั่นก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไร จะว่ากันจริงๆการสร้างหนัง
เรื่องนี้ออกจะเหมือนเป็นงานคืนสู่เหย้าของทีมงานจากตัวซีรี่ส์ดั้งเดิมมากกว่า
เพราะนอกจากตัวนักแสดงแล้ว บรรดาทีมงานเบื้องหลังก็เกณฑ์เอาทีมงานจาก
ยุคนั้นมาเท่าที่จะทำได้ บางคนที่ไม่ได้เจ้าตัวก็ดึงลูกหลานมาแทนก็มี

ดู Dark Knight กันแล้ว มาดูแบทแมนในแบบนี้มันก็กระชากอารมณ์ดี
ไม่เลวนะครับ

Comment

Comment:

Tweet

เกิดทันดูด้วยเหรอembarrassed

#2 By petiteparty on 2010-02-25 14:16

ข้อมูลแน่นจิง Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Rinna ♥ on 2010-01-20 19:28